ประวัติเครื่องบินอาปาเช่สุดยอดเครื่องบินของ USA

เฮลิคอปเตอร์ เป็นอากาศยานทางดิ่ง ซึ่งมีคุณภาพมากที่สุด ณ ปัจจุบัน สามารถนำมาใช้งานได้อย่างทั่วไป โดยเริ่มจากช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 เป็นต้นมา ทั้งหน่วยงานของเอกชน รวมทั้งหน่วยงานทางทหาร เฮลิคอปเตอร์ถูกใช้ในงานที่หลากหลาย เพื่อการขนส่งลำเลียงสัมภาระ , อาวุธ , ต่อต้านรถถัง , สู้กับเรือผิวน้ำ , ใต้น้ำ ตลอดจนขนส่งลำเลียงพล AH-64 Apache เรียกสั้นๆว่า Apache เป็นเฮลิคอปเตอร์โจมตีขนาด 2 ขนาดเครื่องยนต์ 4 ใบพัด และล้อ 3 ล้อ พร้อมห้องนักบินแบบเรียงเดียวสำหรับ 2 ที่นั่ง Apache ได้รับการพัฒนาในชื่อ Model 77 โดย Huge helicopter ให้กับโครงการของกองทัพบกสหรัฐ เพื่อแทนที่ AH – 1 Cobra มันจึงได้ทำการบินครั้งแรก วันที่ 30 กันยายน ค.ศ. 1975 AH-64 มีจุดเด่นตรงปืนกล M 230 ขนาด 30 ม.ม. และ Hydra 70 จำนวน 4 ตำแหน่งบนปีกทั้ง 2 ข้าง นอกจากนี้ AH – 64 ยังมีระบบการดำรงชีวิตอันดีเยี่ยมสำหรับเครื่องบิน

AH-64 Apache มีคุณสมบัติพิเศษสามารถซ่อนตัวในการตรวจจับของเรด้าได้ อีกทั้งยังบุกได้อย่างรวดเร็ว ทำให้ศัตรูภาคพื้นดินไม่อาจหลบกระสุนได้ทัน นอกจากนี้ยังหลบหนีได้ยากมาก อีกทั้งยังทำงานได้ทั้งกลางวันและกลางคืน ใช้งานได้ทั้งปฏิบัติภารกิจลาดตะเวน , โจมตีด้วยอาวุธหนักครบเครื่อง แถมติดจรวดซึ่งสามารถทำลายรถถังได้เพียงพริบตา แผงควบคุมอัดแน่นไปด้วยเทคโนยีอิเลคทรอนิคส์ รวมทั้งระบบคอมพิวเตอร์เพื่อประมวลผลยุทธวิธี การรบอันแสนทันสมัย และทหารที่ขับก็ต้องได้รับการฝึกอย่างหนักหน่วง สำหรับอาวุธปืนที่ติดบริเวณใต้เฮลิคอปเตอร์ โดยมีเซนเซอร์ซึ่งสัมพันธ์แว่นที่นักบินสวม พอนักบินหันหัวไปทางไหนก็ตาม ลำกล้องปืนกลก็จะหันตามซึ่งยิงได้ทันที

H-64 Apache ยังก้าวล้ำไปอีกระบบด้วยการใช้ระบบคอมพิวเตอร์ล้ำสมัย เพื่อประมวลผลทางยุทธิวิธีการรบ สามารถหลบซ่อนตัวให้รอดพ้นจากการตรวจจับของเรดาห์ได้ จึงนำไปใช้ในภารกิจซึ่งต้องอาศัยทั้งความเร็วในการโจมตี เนื่องจากมันทำความเร็วได้ถึง 261 กม./ชม. โดยมีเพดานบิน 6,400 เมตร บินได้ไกลมาก เมื่อเติมน้ำมันเต็มถังบินได้ไกลกว่า 407 กม. มีเรื่องเล่าขานว่าถ้า AH-64 Apache ออกโจมตี กว่าศัตรูจะได้ยินเสียงใบพัด ก็โดนถล่มไปเรียบร้อยแล้ว

หลังจากที่กองทัพแห่งสหรัฐได้นำ AH-64 Apache เข้าประจำการ ประเทศต่างๆก็เล็งเห็นถึงประสิทธิภาพซื้อไปไว้ใช้บ้าง เช่น สิงคโปร์ , อังกฤษ , ญี่ปุ่น , อิสราเอล เป็นต้น ราคาลำละ 56 ล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งต่อมาได้มีการพัฒนาแตกแยกไปอีกหลายรุ่นตามรหัส เริ่มตั้งแต่ A-D โดยเป็นการปรับปรุงให้เหมาะสมกับประเทศผู้ใช้งาน เช่น เพิ่มเติมอาวุธ หรือเพิ่มประสิทธิภาพของเครื่องให้ทรหดอดทนมากขึ้น เป็นต้น